รู้ก่อนใคร ! ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

Posted on 09/2/20
View: 980

กทม. ขยายเวลาจ่ายภาษีที่ดินออกไปถึง 31 ต.ค.นี้

เนื่องจากสถานการณ์การแพรระบาดโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาด้านเศรฐกิจซึ่งกรุงเทพมหานครรู้สึกห่วงใยและเห็นใจประชาชนผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว ประกอบกับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 เป็นการดำเนินการในครั้งแรก ทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังคงสับสนและขาดความเข้าใจที่ชัดเจน

ทางกรุงเทพมหานครจึงกำหนดขยายระยะเวลาการชำระภาษีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ประจำปีภาษี 2563 ออกไปถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563

โดยขอให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งมีที่ตั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ ติดต่อชำระภาษีที่ดิน หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายรายได้ สำนักงานเขตที่ตั้งของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของตนเอง

รวมทั้งขยายกำหนดเวลาการมีหนังสือแจ้งเตือนผู้เสียภาษีที่มีภาษีค้างชำระ จากภายในเดือนกันยายน 2563 เป็นภายในเดือนพฤศจิกายน 2563 และขยายกำหนดเวลาการแจ้งรายการภาษีค้างชำระให้สำนักงานที่ดินหรือสำนักงานที่ดินสาขา จากภายในเดือนตุลาคม 2563 เป็นภายในเดือนธันวาคม 2563

***สำหรับการขยายกำหนดเวลาการชำระภาษีที่ดิน ผู้เสียภาษีไม่ต้องชำระเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม***

นอกจากนี้หากประชาชนที่ได้รับเอกสารประเมินภาษี และตรวจสอบเอกสารประเมินดังกล่าวแล้วพบว่าถูกต้อง ผู้เสียภาษีสามารถยื่นชาระภาษีได้หลายช่องทาง เช่น

– ชำระที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือผ่าน QR code ของระบบ Online Banking ในท้ายเอกสารประเมิน

– ชำระที่สานักงานเขตทั้ง 50 แห่ง

จังหวัดปริมณฑลและต่างจังหวัดให้สิทธิ์ อปท. ขยายเวลา

ในส่วนของจังหวัดปริมณฑล และต่างจังหวัด กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แจ้งว่า กรณีผู้เสียภาษีได้รับแจ้งการประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างล่าช้า ว่า หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ยังไม่มีหนังสือแจ้งประเมินไปยังผู้เสียภาษี ถือว่าผู้เสียภาษีไม่มีภาระต้องไปเสียภาษีตามกฎหมาย ซึ่งอาจมีหลายสาเหตุ เช่น

– ได้รับยกเว้นภาษีกรณีเป็นเจ้าของบ้านและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หากมูลค่าฐานภาษีกรณีใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัยไม่เกิน 50 ล้านบาท หรือ 10 ล้านบาทแล้วแต่กรณี

– เป็นบุคคลธรรมดาใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในการประกอบการเกษตร จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีในปี 2563-2565

– หนังสือแจ้งประเมินภาษีส่งไปแล้วไม่มีผู้รับจดหมายจึงถูกตีกลับ

– ไม่อยู่ในฐานข้อมูลการสำรวจผู้อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีของ อปท. หรือตกสำรวจ

นอกจากนี้ ทางกระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งแนวปฏิบัติในการขยายเวลาการชำระภาษีและการคัดค้านการประเมินภาษีตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศแล้ว โดยผู้บริหารท้องถิ่น สามารถขยายเวลาการชำระภาษีของประชาชนได้เกินกว่าเดือนสิงหาคม 2563 แต่ต้องดำเนินการขยายเวลาภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

โดยการขยายเวลาดำเนินการตามกฎหมายออกไปเป็นการทั่วไป เฉพาะการจัดเก็บภาษีในปี 2563 ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ใน 2 กรณี ดังนี้

1. กรณีผู้บริหารท้องถิ่นเห็นเป็นการสมควร เพื่ออำนวยประโยชน์แก่ผู้เสียภาษี สามารถอนุมัติขยายเวลาการชำระภาษีออกไปเป็นการทั่วไปเฉพาะในเขต อปท.ได้ โดยประกาศเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ ซึ่งผู้เสียภาษีไม่ต้องเสียเบี้ยปรับ รวมถึงเงินเพิ่มตามกฎหมาย

ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันเมืองพัทยาได้มีการขยายเวลาการชำระภาษีของผู้เสียภาษีออกไปจนถึงเดือนตุลาคม 2563 กรณีเช่นนี้ไม่ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมายแต่อย่างใด

2. กรณีผู้เสียภาษีมีเหตุจำเป็นไม่สามารถชำระภาษีได้ภายในเดือนสิงหาคม 2563 หรือภายในระยะเวลาที่ผู้บริหารท้องถิ่นได้อนุมัติขยายออกไป ผู้เสียภาษีสามารถยื่นเรื่องขอให้ผู้บริหารท้องถิ่นขยายเวลาการชำระภาษีออกไปเป็นรายกรณีได้ โดยประชาชนไม่ต้องเสียเบี้ยปรับ แต่ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 0.5 ต่อเดือน

ได้หนังสือแจ้งประเมินภาษีล่าช้า คัดค้านได้ใน 30 วัน

ส่วนกรณีผู้เสียภาษีได้รับหนังสือแจ้งประเมินภาษีจาก อปท. ล่าช้า เช่น ได้รับแจ้งเกินกว่าเดือนสิงหาคม 2563 ผู้เสียภาษีสามารถใช้สิทธิคัดค้านการประเมินต่อผู้บริหารท้องถิ่นได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน และกรณีค่าภาษีที่ต้องชำระตั้งแต่ 3,000 บาท ผู้เสียภาษีสามารถขอผ่อนชำระภาษีได้ 3 เดือน นับแต่เดือนที่ต้องชำระภาษี โดยแบ่งชำระในจำนวนเท่ากันทุกเดือน

ทั้งนี้ สามารถชำระภาษีได้หลายช่องทาง ทั้งที่เทศบาล หรือ อบต.ที่แจ้งประเมินภาษี, ชำระผ่านไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ, ชำระผ่านธนาคาร, ชำระผ่านระบบ QR Payment และชำระผ่านระบบอื่นตามบันทึกข้อตกลง

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สามารถผ่อนชำระได้

อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนอาจยังไม่รู้ ว่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สามารถผ่อนชำระได้ด้วย โดยกำหนดระยะเวลาใหม่นั้น ยังคงการผ่อนชำระเป็น 3 งวด ได้แก่

– งวดที่ 1 จากภายในเดือนสิงหาคม 2563 เป็นภายในเดือนตุลาคม 2563

– งวดที่ 2 จากภายในเดือนกันยายน 2563 เป็นภายในเดือนพฤศจิกายน 2563

– งวดที่ 3 จากภายในเดือนตุลาคม 2563 เป็นภายในเดือนธันวาคม 2563

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สามารถผ่อนชำระได้

ลดภาษีที่ดิน 50% และ 90% สำหรับที่อยู่อาศัยบางประเภท

ล่าสุด เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ “พระราชกฤษฎีกา ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2563” โดยเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ เพื่อลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สำหรับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างบางประเภท เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพความจำเป็นทางเศรษฐกิจ สังคม เหตุการณ์ กิจการ หรือสภาพแห่งท้องที่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

สำหรับการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามพระราชกฤษฎีกา มีดังนี้

1. ให้ลดภาษีในอัตรา 50% ของจำนวนภาษีที่จะต้องเสีย สำหรับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง

  • ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นห้องชุดที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาใช้เป็นที่อยู่อาศัย และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วย การทะเบียนราษฎร ทั้งนี้ เฉพาะทรัพย์สินที่บุคคลดังกล่าวได้กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองมาโดยทางมรดก และได้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นแล้วก่อนวันที่ 13 มีนาคม 2562
  • ที่ดินที่เป็นที่ตั้งของโรงผลิตไฟฟ้า และโรงผลิตไฟฟ้า ทั้งนี้ ให้รวมถึงที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นที่ใช้ประโยชน์เกี่ยวเนื่องกับการผลิตไฟฟ้า
  • ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นเขื่อนและพื้นที่เกี่ยวเนื่องกับเขื่อนที่ใช้เพื่อการผลิตไฟฟ้า

2. ให้ลดภาษีในอัตรา 90% ของจำนวนภาษีที่จะต้องเสียสำหรับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง

  • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่หน่วยงานดังต่อไปนี้ ได้รับมาเป็นเวลาไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตกเป็นของหน่วยงาน
    – สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
    – สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น
    – สถาบันการเงินประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการเงินประชาชน
    – บริษัทบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์
  • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นโครงการจัดสรร เพื่อที่อยู่อาศัยหรือการอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน เป็นเวลาไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน
  • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด เป็นเวลาไม่เกิน 3 ปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างอาคารชุด
  • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นเวลาไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาตจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม
  • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน กฎหมายว่าด้วย อาคารชุด หรือกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยแล้ว และผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายดังกล่าวยังไม่ได้ขายเป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่ 13 มีนาคม 2562
  • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในกิจการของสถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วย สถาบันอุดมศึกษาเอกชน เฉพาะที่ใช้เป็นที่ตั้งตามแผนผังแสดงบริเวณและอาคารที่ระบุในรายการ ข้อกาหนดจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษานั้น
  • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในกิจการของโรงเรียนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน ดังต่อไปนี้ เฉพาะที่ใช้เป็นที่ตั้งตามแผนผังแสดงบริเวณและอาคารที่ระบุในรายการตราสารจัดตั้งโรงเรียนนั้น
    – โรงเรียนในระบบ
    – โรงเรียนนอกระบบ ประเภทสอนศาสนา
    – โรงเรียนนอกระบบ ประเภทศูนย์การศึกษาอิสลามประจามัสยิด (ตาดีกา)
    – โรงเรียนนอกระบบประเภทสถาบันศึกษาปอเนาะ
  • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นสถานที่ให้บริการแก่ประชาชนเป็นการทั่วไปเฉพาะเพื่อการ ดังต่อไปนี้
    – การเล่นกีฬาตามชนิดที่คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยกาหนดให้สามารถ ขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมกีฬาได้
    – สวนสัตว์ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
    – สวนสนุกที่มีเครื่องเล่นที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
    – ที่จอดรถของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยที่จัดให้สาหรับผู้โดยสารรถไฟฟ้า
    – ที่ดินที่เป็นลานจอดรถโดยสารสาธารณะในสถานีขนส่งผู้โดยสาร
  • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างในสนามบินที่ใช้เป็นทางวิ่ง ทางขับ และลานจอดอากาศยาน ตามที่สานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
  • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่ตั้งของถนนหรือทางยกระดับที่เป็นทางพิเศษตามกฎหมาย ว่าด้วยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือเป็นทางหลวงสัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวงสัมปทาน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม พระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2563

แจงแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย

เนื่องจากการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีด้วยกันหลายประเภท เพื่อไม่เกิดผลกระทบกับประชาชนที่มีจุดประสงค์หลักในการใช้ประโยชน์บนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัย กระทรวงการคลังร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ได้มีการชี้แจงแนวทางการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ได้แก่ ห้องชุด บ้าน โรงเรือน อาคาร ตึก ตึกแถว หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นใด ที่มีลักษณะให้บุคคลใช้เพื่อการอยู่อาศัยไว้ ดังนี้

1. เจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะให้บุคคลใช้เพื่อการอยู่อาศัย เช่น ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของใช้อยู่อาศัยเอง ให้ญาติพี่น้องอยู่อาศัย หรือให้เช่าเพื่ออยู่อาศัย ให้เสียภาษีในอัตราที่อยู่อาศัย หรือเสียล้านละ 200 บาท แทนที่จะเสียล้านละ 3,000 บาท

2. ให้ครอบคลุมถึงช่วงเวลาระหว่างการก่อสร้าง หรือปรับปรุงต่อเติมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่ใช้เพื่อการอยู่อาศัยด้วย เช่น บ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง หรือคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการตกแต่ง เป็นต้น

3. ไม่รวมถึงโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม และที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา หรือสร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้ขายตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน หรือกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด

โดยแนวทางดังกล่าวจะเป็นประโยชน์และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ที่ใช้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มระชาชนผู้มีรายได้น้อยซึ่งไม่มีที่พักอาศัยของตนเอง หรือที่เช่าที่อยู่อาศัย รวมถึงเจ้าของทรัพย์สินที่ให้บุคคลอื่นเพื่อการอยู่อาศัย หรือการให้บุคคลอื่นเช่าเพื่อการอยู่อาศัยด้วย

ตัวอย่างหนังสือแจ้งภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

สรุปแนวทางใหม่ให้เข้าใจง่าย ๆ

ที่อยู่อาศัยที่ปล่อยเช่าก็เสียล้านละ 200 บาท

หลักการสำหรับที่อยู่อาศัย ทั้งบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมีเนียม และอพาร์ทเม้นต์ต่าง ๆ ที่ใช้เพื่อการอยู่อาศัย แม้จะให้เช่าต่อ จะเสียภาษีในอัตราที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อการอยู่อาศัย หรือล้านละ 200 บาท จะไม่เสียภาษีในอัตราเชิงพาณิชย์ หรือล้านละ 3,000 บาท เนื่องจากจุดประสงค์หลักคือการอยู่อาศัย ดังนั้นจึงกำหนดรวมให้เป็นที่อยู่ให้เช่าเพื่อการอยู่อาศัย ต้องเสียในอัตราเดียวกับการอยู่อาศัยปกติ

แต่ในกรณีที่เป็นอาคารพาณิชย์มีการอยู่อาศัยในชั้นบนและเปิดทำการค้าชั้นล่างนั้น จะแยกการคำนวณภาษี คือ จะจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประเภทเชิงพาณิชย์สำหรับพื้นที่ชั้นล่าง (เสียภาษีล้านละ 3,000 บาท) และเก็บภาษีที่อยู่อาศัยในชั้นบน (เสียภาษีล้านละ 200 บาท)

ภาษีที่ดินฉบับใหม่: ประเภทภาษีที่ดิน-สัดส่วนในการจ่าย

อัตราการจัดเก็บ

– ราคา 0-50 ล้านบาท เสียภาษี 0.02% ต่อปี หรือล้านละ 200 บาท

– ราคา 50-75 ล้านบาท เสียภาษี 0.03% ต่อปี หรือล้านละ 300 บาท

– ราคา 75-100 ล้านบาท เสียภาษี 0.05% ต่อปี หรือล้านละ 500 บาท

– ราคา 100 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษี 0.1% ต่อปี หรือล้านละ 1,000 บาท

ทั้งนี้ กรณีของโฮมสเตย์ โฮสเทล และ Airbnb (แอร์บีเอ็นบี) นั้น ถือว่าเป็นธุรกิจโรงแรมที่พัก จะต้องเสียอัตราภาษีในเชิงพาณิชย์ (เสียภาษีล้านละ 3,000 บาท)

แจ้งเปลี่ยนอัตโนมัติ ไม่ต้องไปที่เขต

หลังจากที่ได้รับเอกสารแจ้งข้อมูลรายการห้องชุด (ภ.ด.ส.4) จากสำนักงานเขต หากในเอกสารระบุลักษณะใช้ประโยชน์เป็น “อื่น ๆ” (เสียภาษีล้านละ 3,000 บาท) ไม่ต้องไปยื่นแก้ให้เป็น “อยู่อาศัย” (เสียภาษีล้านละ 200 บาท) ที่สำนักงานเขต เนื่องจากระบบจะปรับให้เอง

โดยขณะนี้กระทรวงการคลัง และมหาดไทย ได้ร่วมกัน เพื่อเตรียมออกประกาศเป็นกฎหมายลูก ผ่อนปรนในเรื่องการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินเพื่ออยู่อาศัย เพื่อให้องค์กรท้องถิ่น ประเมินภาษีการใช้ประโยชน์ขั้นสุดท้าย โดยที่ประชาชนไม่ต้องเดินทางไปชี้แจงอีก เพื่อให้สอดคล้องกับหลักของการเก็บภาษีคือต้องสะดวก ประหยัดต้นทุน พยายามลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่

Property_Land_Plan_Survey

พื้นที่รกร้างคืออะไร

ส่วนการกำหนดขอบเขตการเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้น หากเป็นที่ดินรกร้างและมีการปลูกพืชผลทางการเกษตร ก็นับว่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ ไม่ถือว่าผิด หรือบิดเบือนการบังคับใช้กฎหมาย แต่ในประกาศจะมีชัดเจนในการกำหนดจำนวนพื้นที่ที่ต้องใช้ในการปลูกพืชผลทางการเกษตรและพันธุ์พืชแต่ละประเภท เช่น ไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ยืนต้น ผัก ผลไม้ และพืชไร่ ที่ต้องกำหนดแตกต่างกันไป หากเข้ากำหนดก็จะเสียภาษีที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ไม่ถูกคิดเป็นภาษีทีดินรกร้างว่างเปล่า (ที่ดินรกร้างว่างเปล่า เสียภาษีล้านละ 3,000 บาท)

กระทรวงการคลัง กับกระทรวงมหาดไทย กำลังเร่งกำหนดเกณฑ์การใช้ประโยชน์ที่ดินทำเกษตรกรรม ให้สอดรับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ ซึ่งล่าสุดได้ยกร่างกฎหมายลำดับรองกำหนดเกณฑ์การทำเกษตรกรรม เพื่อแยกประเภทที่ดินให้มีความชัดเจน ระหว่างที่ดินรกร้างว่างเปล่า กับที่ดินประเภทเกษตรกรรม

ที่ดินเกษตรกรรมมีกี่ประเภท

เกณฑ์ใหม่จะจำแนกประเภทเกษตรกรรมเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย

1. ที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการปลูกพืช

2. ด้านการเลี้ยงสัตว์

3. การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือทำการประมง

แต่ละประเภทจะจัดทำเป็นบัญชีแนบท้าย โดยกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ทำการประมงอย่างชัดเจน เช่น กรณีปลูกกล้วย ต้องปลูกอย่างน้อย 200 ต้น/ไร่ กรณีปลูกน้อยกว่านั้นต้องพิจารณาขนาดแปลงที่ดิน รวมทั้งจำนวนต้นกล้วยที่ปลูก ส่วนที่ไม่เข้าเกณฑ์จะถือเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าไม่ได้ทำประโยชน์

ที่ดินรกร้างเสียภาษีเท่าไหร่

ที่ดินประเภทรกร้างว่างเปล่าจะต้องเสียภาษีในอัตรา ดังนี้

– มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท อัตราภาษี 0.3%

– มูลค่าเกิน 50-200 ล้านบาท อัตราภาษี 0.4%

– มูลค่าเกิน 200-1,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.5%

– มูลค่าเกิน 1,000-5,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.6%

– มูลค่าเกิน 5,000 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.7%

และเสียเพิ่ม 0.3% ทุก 3 ปี แต่รวมแล้วไม่เกิน 3%

กำหนดเกณฑ์ที่ดินรกร้าง-ที่ดินเกษตร

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังจะนำเกณฑ์กำหนดที่ดินประเภทเกษตรกรรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาพิจารณาร่วมด้วย สำหรับเกณฑ์ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้ประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียนเกษตรกร การทำการเกษตร ได้แก่

1. การทำนาหรือทำไร่อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันบนเนื้อที่ตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป

2. การปลูกผัก หรือการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เพาะเห็ด ปลูกพืชอาหารสัตว์ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน เนื้อที่ตั้งแต่ 1 งานขึ้นไป

3. ปลูกไม้ผล หรือไม้ยืนต้น หรือการปลูกสวนป่า ปลูกป่าเศรษฐกิจแบบสวนเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน บนเนื้อที่ตั้งแต่ 1 ไร่ และมีจำนวนต้นตั้งแต่ 15 ต้นขึ้นไป

4. การปลูกไม้ผล หรือไม้ยืนต้นแบบสวนผสม อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน บนเนื้อที่ตั้งแต่ 1 ไร่ และมีจำนวนต้น 15 ต้นขึ้นไป

5. การเลี้ยงแม่โคนมตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป

6. การเลี้ยงโค หรือกระบือ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป

7. การเลี้ยงสุกร แพะ หรือแกะ อย่างใดอย่างหนึ่งรวมกัน ตั้งแต่ 5 ตัวขึ้นไป

8. การเลี้ยงสัตว์ปีก ตั้งแต่ 50 ตัวขึ้นไป

9. การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

10. การทำนาเกลือสมุทร บนเนื้อที่ตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป

11. การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน

12. การเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจและเกษตรอื่น ๆ อาทิ การเลี้ยงผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง ชันโรง ครั่ง จิ้งหรีด ด้วงสาคู ไส้เดือนดิน ฯลฯ

13. การประกอบการเกษตรอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน นอกเหนือจากเกณฑ์ที่กำหนดตามข้อ 1-12 และมีรายได้ตั้งแต่ 8,000 บาท/ปีขึ้นไป

โดยจะมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และเจตนารมณ์ของกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางส่วนอาจเป็นไปตามเกณฑ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บางส่วนอาจเป็นเกณฑ์ที่เข้มข้นกว่า หรือที่ผ่อนปรนมากกว่าก็มี สำหรับเกณฑ์ที่จะกำหนดขึ้นนี้จะแล้วเสร็จและประกาศใช้ทันระยะเวลาที่ขยายให้ท้องถิ่นรับชำระภาษี

ลดภาระภาษี 90% ที่ดินทุกประเภท

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางประเภท พ.ศ. …. (พ.ร.ฎ. ลดภาษีที่ดินฯ) เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2563 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อช่วยบรรเทาภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแก่ประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วยการลดจำนวนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราร้อยละ 90 ของจำนวนภาษีที่คำนวณได้

สำหรับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ใช้เป็นที่อยู่อาศัยใช้ประโยชน์อื่นนอกจากเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัย และที่ดินรกร้างว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ

ตัวอย่างการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 90% ทุกประเภทที่ดิน

กรณีที่ดินประกอบการเกษตร ถ้าเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา กฎหมายกำหนดให้ 3 ปีแรก (ปี 2563-2565) จะได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษี แต่ถ้าเจ้าของเป็นนิติบุคคล จะเสียภาษีในอัตราร้อยละ 0.01 หากมูลค่าราคาประเมินทุนทรัพย์ 5 ล้านบาท คิดเป็นค่าภาษี 500 บาท แต่เมื่อลดภาษี 90% แล้ว จะชำระภาษีเพียง 50 บาท

กรณีที่ดินประเภทที่อยู่อาศัย สำหรับบ้านหลังหลักที่เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นบุคคลธรรมดาและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน จะได้รับยกเว้นมูลค่าฐานภาษีไม่เกิน 50 ล้านบาท และ 10 ล้านบาท กรณีเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างแต่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน สำหรับบ้านหลังอื่น หากมูลค่าประเมินทุนทรัพย์ 5 ล้านบาท จะเสียภาษีในอัตราร้อยละ 0.02 คิดเป็นค่าภาษี 1,000 บาท แต่เมื่อลดภาษี 90% แล้ว จะชำระภาษีเพียง 100 บาท

กรณีที่ดินรกร้างว่างเปล่า รวมถึงกรณีที่ใช้ประโยชน์ประกอบการพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมหากมูลค่าราคาประเมินทุนทรัพย์ 5 ล้านบาท จะเสียภาษีในอัตราร้อยละ 0.3 คิดเป็นค่าภาษี 15,000 บาท แต่เมื่อลดภาษี 90% แล้ว จะชำระภาษีเพียง 1,500 บาท

แม้ว่าการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะดูยุ่งยากหลายขั้นตอน แต่การเสียภาษีนั้นเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนตามบทกฎหมายไทยที่นอกจากจะเพิกเฉยไม่ได้ ยังต้องทำความเข้าใจเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องและถูกกฎหมาย

-ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากเว็บไซต์ https://www.ddproperty.com/คู่มือซื้อขาย/ขั้นตอนต้องรู้ก่อนจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง-21394