รู้ให้ทันอยู่ให้รอดยุคสงคราม E-Commerce

Posted on 11/4/21
View: 1274

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วง 2 – 3 ปีหลังจากมีผลกระทบจาก Covid – 19 ทำให้ตลาด E-commerceในไทยและอาเซียนมีโอกาสเติบโต สูงต่อเนื่องจาก 3 ปัจจัย ได้แก่

(1) การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

(2) การใช้โทรศัพท์มือถือและ เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างเข้มข้น

โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Y และ Gen Z

(3) บริการชำระเงินออนไลน์ที่ แพร่หลายในอาเซียน

ส่งผลให้สร้างการเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของผู้คนหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกซื้อสินค้าและบริการที่ในปัจจุบันผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทรนการ Shop from homeจากการ Work From Home ของผู้บริโภคที่นอกจากจะใช้ Digital Tools ในการทำงานแล้ว ผู้ปริโภคยังหันมาใช้ Digitalในการจับจ่ายมากขึ้น ทำให้เกิดร้านค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย อำนวยความสะดวกและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าโดยตรงในช่วงที่หน้าร้านของตนไม่สามารถเปิดได้จากมาตรการควบคุมโรคระบาดของรัฐนอกจากนี้ยังเป็นการควบคุมต้นทุนการขายของหลายๆร้าน อาทิ ค่าเช่าสถานที่ ค่าแรงงาน ค่าน้ำ-ค่าไฟ และอื่นๆโดยในปัจจุบันหลังจากพ่อค้าแม่ค้าปรับตัวหันมาเปิดร้านค้าออนไลน์พบว่า 90% มีรายได้จากช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นและกว่า 50% มีรายได้เติบโตกว่า 100% เมื่อเทียบกับรายได้ก่อนโรคระบาดหากแต่เมื่อมองจากสถิติแล้วอาจจะคิดว่าการขายของออนไลน์นั้นง่ายแต่ในความเป็นจริงอาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะยิ่งร้านค้าเยอะการแข่งขันก็สูงเช่นกัน ฉะนั้นควรต้องรู้ทันปัญหาและปรับตัวให้เตรียมพร้อมก่อนลงสนาม

รู้ทันปัญหาของ E-Commerce ในไทย

1. การชำระเงิน คนไทยส่วนใหญ่นั้นไม่ได้ถือบัตรเครดิต จึงทำให้ต้องเกิดช่องทางการชำระเงินที่หลากหลายช่องทางเพื่อรองรับความสะดวกให้กับผู้บริโภค เช่น บัตรเครดิต การเก็บเงินปลายทาง หรือช่องทางอื่นๆ อย่าง LINE Pay, True Wallet

2. การจัดส่งสินค้า แม้ว่าปัจจุบันจะมีผู้ให้บริการหลากหลายเจ้า แต่ค่าบริการของบริษัทเอกชนนั้นยังถือว่าสูงอยู่มากพ่อค้าแม่ค้าจึงใช้บริการไปรษณีย์ไทยเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้พ่อค้าแม่ค้าจะต้องมีทุนในการจัดการปัญหาการรับประกันสินค้าจากการเสียหายอันเนื่องมาจากการขนส่งสูงเช่นกัน ฉะนั้นควรหาเจ้าที่คิดว่าเหมาะสมและคุ้มทุนกับราคาสินค้าให้มากที่สุด

3. บุคลากร ประเทศไทยยังขาดที่เข้าใจเรื่อง e-commerce จริงๆ อยู่มาก การหาบุคลากรที่เข้าใจถึงแผนงานแผนธุรกิจและปรับตัวให้เข้าถึงเทรนธุรกิจยังคงมีน้อย เพราะนอกจากจะต้องคอยตอบคำถามลูกค้าทางออนไลน์แล้วยังต้องศึกษาการยิงแอด โฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมายรวมถึงติดตามเทรนใหม่ๆ เพื่อนำเสนอสินค้าให้เกิดการรับรู้มากที่สุด

10 เทรนไม่ควรพลาดรู้แล้วมาปรับใช้

1. ออนไลน์คือช่องทางหลักในการซื้อสินค้า : จากผลสำรวจพบว่ากลุ่มประเทศในอาเซียน 6 ประเทศหลัก(ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และ อินโดนีเซีย) มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet penetration) อยู่ที่ประมาณ 78%ฉะนั้นผู้บริโภคส่วนใหญ่ในปัจจุบันหันมาใช้จ่ายออนไลน์มากขึ้น การมีหน้าร้านออนไลน์จึงเป็นช่องทางสร้างรายได้สำคัญในยุคนี้

2. ช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย : เนื่องจากคนไทยยังมีผู้ถือบัตรเครดิตไม่มาก ช่องทาง การชำระเงินจึงต้องหลากหลายเพื่ออำนวยความสะดวกเช่น True Wallet, Rabbit, Promptpay, LINE pay

3. ร้านค้าในท้องถิ่นจะได้รับผลกระทบ : เนื่องมีการจัดโปรโมชั่นของแบรนด์ใหญ่นั้นสร้างแรงดึงดูดมากกว่าร้านค้ารายย่อยรวมถึงความน่าเชื่อถือที่ได้รับจากผู้บริโภค ทำให้พ่อค้าแม่ค้าต้องปรับตัวเข้าร่วมโปรโมชั่นในแต่ละแพลตฟอร์มมากขึ้น

4. การซื้อขายออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดดเพราะบริษัทขนส่ง : การแข่งขันค่าบริการของบริษัทขนส่งมีส่วนสำคัญอย่างมากในการซื้อขายออนไลน์เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าจะต้องคิดค่าบริการขนส่งสินค้านอกเหนือจากราคาสินค้า ซึ่งมีส่วนในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคฉะนั้นต้องเปรียบเทียบบริการของขนส่งเจ้าใดที่มีค่าบริการที่เหมาะสมกับสินค้าของตน

5. ผู้ผลิตสินค้าหันมาเปิดร้านค้าออนไลน์เองมากขึ้น (M2C) : ผู้ผลิตเริ่มหันมาเปิดร้าค้าออนไลน์เองมากขึ้นส่วนใหญ่มักจะเป็นสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า เทคโนโลยี เป็นต้น ซึ่งจะมีข้อได้เปรียบมากกว่าร้านค้ารายย่อยในเรื่องของความน่าเชื่อถือโปรโมชั่น การรับประกันสินค้า เพราะฉะนั้นผู้ขายสินค้าประเภทเหล่านี้จะต้องศึกษาการทำโปรโมชั่น หรือการยิงแอดโฆษณาและการตอบคำถามข้อสงสัยแก่ผู้ซื้อเพิ่มเติม

6. สินค้าประเภท Food Delivery เติบโตอย่างก้าวกระโดด : ธุรกิจร้านอาหารเริ่มมีการปรับตัวมาเป็นรูปแบบ Cloud Kitchenหรือการทำครัวกลางแบบไม่มีที่นั่งสำหรับรับประทานเพื่อให้ร้านอาหารสามารถเข้าถึงพื้นที่ให้บริการได้มากขึ้น และใช้ทุนน้อยกว่าการเปิดสาขา

7. ช่องทางการขายที่มีมาก : ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มเปิดใหม่มากมาย ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มจะมีจุดเด่นคนละด้านและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าคนละกลุ่มเป้าหมาย อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าคนส่วนใหญ่จะเข้าไปเลือกซื้อจาก JD central หากเป็นเสื้อผ้าสุภาพสตรีจะเป็น Lazada Shopee สินค้าจากประเทศจีน Alibaba ซึ่งต้องดูว่าสินค้าของเราเหมาะกับแพลตฟอร์มใด ทั้งนี้สามารถกระจายสินค้าได้หลายแพลตฟอร์มเพื่อความหลากหลายของกลุ่มลูกค้า

8. ใครๆ ก็ทำโฆษณาออนไลน์ได้ : เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงการทำโฆษณาได้มากขึ้นการแข่งขันจึงสูงขึ้นฉะนั้นการลงทุนในการเจาะกลุ่มโฆษณาอาจะใช้เงินมากขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับลุกค้าหลายๆกลุ่ม แต่ถ้าหากศึกษาวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของสินค้าตนเองได้ดีก็สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าได้ตรงกลุ่มซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนได้ดีทีเดียว

9. การขายสินค้าให้ตรงกลุ่มเป้าหมายไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ และเพศ : เนื่องจากหากวิเคราะห์จากอายุและเพศนั้นเป้าหมายจะกว้างมากเกินไป ฉะนั้นสิ่งที่จะช่วยวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายได้ดีคือการสังเกตพฤติกรรมคน ความชอบ เทรนมาแรง จะแม่นยำมากขึ้น

10. Influencer Commerce การตลาดผ่านผู้ที่มีชื่อเสียงหรือผู้ที่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคเช่น Youtuber, Net Idol นั้นมีผลในการสร้างฐานการตลาดอย่างมาก โดยผู้บริโภคเริ่มมีพฤติกรรมในการศึกษาข้อมูลสินค้าก่อนซื้อใช้จริงมากขึ้น มีการคิดถึงความคุ้มค้าและการเปรียบเทียบมากขึ้น ฉะนั้นการใช้ Influencer มาช่วยรีวิวสินค้านั้นค่อนข้างกระตุ้นยอดขายได้ดี ทั้งนี้จะต้องพิจารณาถึงภาพลักษณ์ การรีวิวสินค้าของแต่ละคนซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์อย่างมาก

อ้างอิง
1. https://paysolutions.asia/article/detail-box3.html
2. https://www.beartai.com/news/it-thai-news/65949
3. https://www.scb10x.com/blog/ecommerce-trends-2021

บทความอื่นๆ

20 นิสัยเล็กน้อย เปลี่ยนคุณให้สำเร็จตลอดชีวิตได้

วิธีง่ายๆที่ไม่คิกว่าเปลี่ยนเเล้ว...

เทคนิคลดต้นทุนธุรกิจให้อยู่รอดแม้เกิดวิกฤต

หากธุรกิจของผู้ประกอบการมี........

รู้จักกับ “ริเน็น” ปรัชญาธุรกิจญี่ปุ่น ที่ทำให้กิจการยั่งยืนเกิน 100 ปี

ในจำนวนบริษัทอายุเกินร้อยปี 5,586.......

5 ทริค สะกิดความคิดสร้างสรรค์

เราจะคิดงานหรือสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ......

ดูบทความอื่นๆ